กระบวนการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจำกัดไม่ได้สิ้นสุดเพียงแค่การได้รับมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่ยังมีขั้นตอนสำคัญในทางปฏิบัติคือ "การเรียกชำระค่าหุ้นและการจัดเตรียมหลักฐานการโอนเงิน" เพื่อยื่นพิสูจน์ต่อนายทะเบียนว่ามีการเพิ่มเงินทุนเข้าสู่บริษัทจริงตามที่กล่าวอ้าง โดยมีหลักเกณฑ์และรายการเอกสารที่ต้องเตรียมดังนี้:
1. เกณฑ์การเรียกชำระเงินค่าหุ้นเพิ่มทุน
- สัดส่วนการชำระเงิน: เมื่อบริษัทออกหุ้นใหม่เพื่อเพิ่มทุน กรรมการต้องเรียกให้ผู้จองซื้อหุ้นชำระเงินค่าหุ้น โดยกฎหมายกำหนดให้ต้องชำระ อย่างน้อยร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้น.
- มูลค่าหุ้น: หุ้นที่ออกใหม่จะต้องมี มูลค่าหุ้น (Par Value) เท่ากับมูลค่าหุ้นที่จดทะเบียนไว้เดิม.
- การชำระด้วยสิ่งอื่น: ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นต้องการชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินหรือสิ่งอื่นนอกเหนือจากเงินสด จะต้องได้รับ มติพิเศษ จากที่ประชุมผู้ถือหุ้นและต้องระบุรายละเอียดของสิ่งที่นำมาชำระให้ชัดเจนในคำขอจดทะเบียน.
2. หลักการเสนอขายหุ้น
บริษัทต้องเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ให้แก่ ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน จำนวนหุ้นที่ถืออยู่ก่อน. หากพ้นกำหนดเวลาที่ระบุในหนังสือแจ้งความสิทธิแล้วผู้ถือหุ้นเดิมไม่จองซื้อ บริษัทจึงจะสามารถขายหุ้นนั้นให้แก่ผู้ถือหุ้นคนอื่นหรือกรรมการได้ แต่ ห้ามขายให้แก่บุคคลภายนอกโดยตรง.
3. หลักฐานการรับชำระเงินที่ต้องยื่นต่อนายทะเบียน
ในการยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เอกสารหลักฐานที่แสดงถึงการชำระเงินค่าหุ้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ประกอบด้วย:
- สำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุน: ที่บริษัทออกให้แก่ผู้ถือหุ้นที่จองซื้อหุ้นใหม่.
- หลักฐานการนำเงินเข้าบัญชีบริษัท: สำหรับการยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนผ่านระบบ DBD Biz Regist หรือยื่นที่สำนักงานฯ กรรมการต้องแสดงเอกสารที่ยืนยันว่าบริษัทได้รับเงินจริง.
4. เงื่อนไขพิเศษ: ทุนเพิ่มเกินกว่า 5 ล้านบาท
ในกรณีที่การจดทะเบียนเพิ่มทุนส่งผลให้บริษัทมี ทุนจดทะเบียนรวมเกินกว่า 5 ล้านบาท บริษัทมีหน้าที่ต้องจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมตาม คำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 1/2567 (ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567) เพื่อเป็นการตรวจสอบความโปร่งใสของแหล่งที่มาของเงินทุนตามระเบียบใหม่.
5. กำหนดเวลาและค่าธรรมเนียม
- กำหนดเวลา: บริษัทต้องยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนและมติพิเศษ ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีมติที่ประชุม.
- ค่าธรรมเนียม: การจดทะเบียนเพิ่มทุนมีค่าธรรมเนียม 500 บาท (ต่อมติเพิ่มทุน) และต้องชำระอากรแสตมป์ในหนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไขเพิ่มเติมอีก 50 บาท.
การจัดเตรียมหลักฐานการชำระเงินที่ถูกต้องสอดคล้องกับบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ฉบับใหม่ จะช่วยให้กระบวนการจดทะเบียนเพิ่มทุนเสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงในการถูกนายทะเบียนปฏิเสธคำขอ